วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ยก"พังกำไล"ขึ้นเตียงเหล็กไฮดรอลิกราบรื่น - ทีมแพทย์พระราชทานระบุอาการดีขึ้นมาก

สุรินทร์ - ทีมสัตวแพทย์พระราชทาน ระดมกำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์
-ทหารและเอกชน ใช้เครนยกช้าง "พังกำไล"
ขึ้นเตียงเหล็กไฮดรอลิกขนาดใหญ่ราบรื่นสำเร็จตามเป้าหมาย
เผยออกแบบขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อให้รักษาได้สะดวกและระบบไหลเวียนเลือดช้างดี
ขึ้น ระบุผลการรักษาล่าสุดอาการช้างดีขึ้นมาก
เตรียมถอนทีมสัตวแพทย์พระราชทานพรุ่งนี้ (12 มิ.ย.)
แต่ยังคงติดตามและให้คำปรึกษาทีมสัตวแพทย์ประจำ
รพ.ช้างสุรินทร์อย่างใกล้ชิด

วันนี้ (11 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น.
ทีมสัตวแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพแห่งช้างชาติ
จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์ ทหาร จาก
กองกำลังสุรนารี ,จังหวัดทหารบกสุรินทร์, กรมสรรพวุธทหารบก
,กองพลทหารราบที่ 6 กองทัพภาคที่ 2 และ องค์กรภาคเอกชนจังหวัดสุรินทร์
ได้ร่วมใช้รถเครนและเครนของโรงพยาบาลช้าง
ภายในสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพแห่งช้างชาติ จ.สุรินทร์ ทำการยกช้าง
"พังกำไล" หรือ "พังแต๋น"
ขึ้นเตียงเหล็กไฮดรอริกขนาดใหญ่ซึ่งทีมสัตวแพทย์พระราชทานได้ทำการออกแบบ
เพื่อใช้สำหรับรักษาช้างพังกำไลหรือพังแต๋นเป็นการเฉพาะ

โดยเตียงเหล็กไฮดรอลิกดังกล่ว
ได้ออกแบบให้สามารถปรับระดับตั้งชันได้ถึง 90 องศา เหมือนกับช้างยืนได้
ทำให้ระบบไหลเวียนของโลหิตช้างดีขึ้นและปรับระดับลาดเอียงได้ตามต้องการ
ซึ่งจะทำให้การรักษาช้างสะดวกมากขึ้น
นอกจากนั้นยังทำการเจาะพื้นเตียงให้เป็นรูตรงกับบริเวณบาดแผลของช้างพังแต๋น
เพื่อให้สะดวกต่อการล้างทำความสะอาดบาดแผล

การปฎิบัติการยกช้างพังแต๋นขึ้นเตียงเหล็กในครั้งนี้
ได้มีการชักซ้อมทีมงาน และแบ่งภาระกิจกันอย่างชัดเจน
เพื่อให้สามารถปฎิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว
และช้างไม่ได้รับความกระทบกระเทือนมากนัก ซึ่งดำเนินไปอย่างราบรื่น
ช้างพังแต๋นไม่แสดงอาการดื้อขัดขืนแต่อย่างใด
และให้ความร่วมมือในการปฎิบัติงานเป็นอย่างดี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ก็สามารถยกช้างพังแต๋นขึ้นเตียงเหล็กไฮดรอลิกได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
ทำให้ทีมงานทั้งหมดโล่งใจไปตามๆ กัน และ
จากนี้ไปการรักษาช้างพังแต๋นก็จะสะดวกมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนการทำสเต็มเซลล์ ครั้งที่ 2
เพื่อรักษาช้างพังแต๋น
ซึ่งมีกำหนดการทำสเต็มเซลล์ในเช้าวันนี้ต้องระงับลง
เนื่องจากทีมสัตวแพทย์พระราชทานได้ตรวจเม็ดเลือดของช้างพังแต๋นพบว่าเม็ด
เลือดไม่สมบูรณ์มีลักษณะเลือดจางไม่เข้มข้น
ประกอบกับบาดแผลบริเวณเท้าซ้ายที่ช้างนอนกดทับในขณะนี้
บาดแผลยังลึกและมีเนื้อตายจึงระงับการทำสเต็มเซลล์ในครั้งที่ 2 ไว้ก่อน

ทางด้านทีมสัตวแพทย์พระราชทานรายงานผลการรักษาและอาการของช้างพัง
แต๋น ล่าสุดวันนี้ (10 มิ.ย.) ระบุ ว่า
อาการช้างพังกำไลหรือพังแต๋นมีอาการดีขึ้น มีการตอบสนองที่ดี
กินอาหารและดื่มน้ำได้มาก วันนี้ได้ให้กินสารพลาสมาเพิ่มอีก 4 ขวด
กินอาหารได้หลากหลาย สัตวแพทย์พบบาดแผลที่ขาหนีบ ใต้ท้อง ต้นขาหลังขวา
โหนกแก้มซ้าย คิ้วซ้ายใต้คาง ขาหนีบ ข้างซ้าย
ซึ่งเกิดจากการนอนกดทับเป็นเวลานาน
พบเนื้อตายบางส่วนที่บริเวณบาดแผลขาซ้ายหน้า ที่ปากมีบาดแผลเล็กน้อย
ช่องปากมีแผลเล็กน้อย บาดแผลเริ่มดีขึ้น
โดยทั่วไปอาการช้างพังกำไลดีขึ้นตามลำดับเป็นที่พอใจของคณะสัตวแพทย์พระราช
ทานที่ทำการรักษามาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้สัตวแพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการล้างบาดแผล
นวดตามลำตัวบริเวณกดทับ เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ
ให้น้ำเกลือผสมวิตามินซีเข้มข้น น้ำเกลือผสมวิตามินบี ในการบำรุงร่างกาย
ฉีดยาปฏิชีวนะ บรรเทาอาการปวด
ให้วิตามินอีและธาตุซีลีเนียมเสริมให้กับช้าง
ทำการตรวจค่าเลือดในห้องปฏิบัติการเพื่อหาค่าเลือดในการใช้ยารักษาอาการบาด
เจ็บของช้าง ซึ่งการนำช้างขึ้นเตียงไฮดรอริกได้สำเร็จจะทำให้สะดวกในการทำความสะอาดบาด
แผลของช้าง บริเวณกดทับ และ จะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม
ทีมสัตวแพทย์พระราชทานทั้งหมดจะถอนกำลังเจ้าหน้าที่แพทย์ทั้งหมด
ในวันพรุ่งนี้ (12 มิ.ย.) เพื่อไปปฎิบัติงานในพื้นที่ จ.เพชรบุรี
โดยจะจัดส่งทีมแพทย์พระราชทานเดินทางมาติดตามความคืบหน้าของการรักษาช้างพัง
กำไล หรือพังแต๋นและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดแก่ทีมสัตวแพทย์ประจำอยู่ที่สถาบัน
วิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ ในการรักษาช้างพังแต๋นต่อไป
เพราะขณะนี้ช้างพังแต๋น มีอาการดีขึ้นมากแล้ว


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000066141

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น