วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

กกล.สุรนารียอมรับ "เขาพระวิหาร" ตึงเครียด ! "กมธ." รุดลงสุรินทร์เกาะติดปัญหาชายแดน

สุรินทร์-คณะกรรมาธิการชายแดน สภาผู้แทนฯ รุดดูพื้นที่ จ.สุรินทร์
ติดตามสถานการณ์ ปัญหาชายแดนไทย-เขมร
รวมทั้งความร่วมมือทางด้านด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว
ความมั่นคงและปัญหาแรงงานชาวต่างด้าว ด้าน "กกล.สุรนารี"
แจงสถานการณ์ชายแดนเขาพระวิหาร ยอมรับตึงเครียด
แต่พร้อมรักษาอธิปไตยไทยอย่างเต็มที่

วันนี้( 24 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมศรีณรงค์ ศาลากลางจังหวดสุรินทร์
คณะกรรมาธิการชายแดน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายอิทธิเดช แก้วหลวง
ประธานกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ
ได้เข้าร่วมประชุมและสอบถามรับฟังปัญหาด้านต่างๆ
ที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.หวัดสุรินทร์
เพื่อนำข้อมูลเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา พัฒนาความสัมพันธ์
และส่งเสริมการค้าการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างทั้ง 2 ประเทศต่อไป

นายวิเชียร ชวลิต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์
ได้นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง ทหาร, ตำรวจ, แรงงาน,
สรรพสามิต, ศุลกากร,
ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง,เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคง
ตามแนวชายแดน เข้าร่วมบรรยายสรุปสถานการณ์และปัญหาของส่วนราชการต่าง ๆ
พร้อมเสนอแนวทางการพัฒนาชายแดนทั้ง 2 ประเทศ

ทั้งนี้ จ.สุรินทร์
มีนโยบายพัฒนาเมืองชายแดนโดยเฉพาะด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชาช่องจอม-โอ
ร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง ทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้า
การลงทุนระหว่างไทยและกัมพูชา
ซึ่งขณะนี้รัฐบาลไทยได้สนับสนุนการเงินแก่รัฐบาลกัมพูชาในการสร้างเส้นทาง
เชื่อมระหว่างด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ไปยัง บ้านกอลัน อ.สำโรง
จ.อุดรมีชัย กัมพูชา ระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร เป็นเงินราว 1,400 ล้านบาท
จะทำให้การค้าการลงทุนของ 2 ประเทศ มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น
และทำให้เศรษฐกิจของ จ.สุรินทร์ ดีขึ้นตามไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า
สำหรับประเด็นปัญหาที่ทางกรรมาธิการชายแดน ได้ให้ความเป็นห่วง คือ
การข้ามชายแดนและการตรวจบัตรผ่านแดนเข้า-ออก
ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองควรมีมาตรการตรวจสอบการผ่านเข้า-ออกชายแดนไทยอย่าง
เข้มงวดเพื่อป้องกันการเดินทางเข้ามาในไทยแล้วไม่ยอมเดินทางกลับของชาว
กัมพูชา ,สปป.ลาว รวมทั้งชาวพม่า ซึ่งกลายเป็นแรงงานเถื่อนอยู่ในไทยกว่า
2 ล้านคนในขณะนี้

ส่วนปัญหาความขัดแย้งกรณีปราสาทพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ
ที่มีการตรึงกำลังระหว่างทหารไทยและกัมพูชาอยู่นั้น
คณะกรรมาธิการชายแดนมีความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก อยากให้รัฐบาลทั้ง 2
ประเทศสามารถเจรจากันและพัฒนาพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารให้เป็นแหล่งท่อง
เที่ยวร่วมกัน ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทั้ง 2
ประเทศเป็นอย่างมาก

พล.ท.มะ โพธิ์เงิน รองประธานกรรมาธิการชายแดน
ได้สอบถามผู้แทนจากกองกำลังสุรนารี (กกล.สุนารี)
ซึ่งเป็นหน่วยงานทหารที่ดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ในเรื่องการเก็บกู้วัตถุระเบิดตามแนวชายแดน
และการเตรียมกำลังทหารในการรักษาอธิปไตยของไทยโดยเฉพาะชายแดนด้านเขาพระ
วิหาร จ.ศรีสะเกษ

ทางผู้แทนกองกำลังสุรนารีได้ ชี้แจงว่า
กรณีการเก็บกู้วัตถุระเบิดตามแนวชายแดน
หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเพื่อมนุษยธรรมได้ดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดใน
พื้นที่ จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ ได้แล้วเป็นบางส่วน
พร้อมได้ส่งมอบพื้นที่ที่ปลอดภัยให้แก่หน่วยงานในท้องถิ่นเข้าไปใช้ประโยชน์
ขณะนี้กำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชาทางด้าน
จ.ศรีสะเกษ ซึ่งก็ได้ทำลายวัตถุระเบิดที่เก็บกู้ได้ไปบางส่วนแล้วเช่นกัน

ส่วนการเตรียมพร้อมในการด้านกำลังทหารเพื่อรักษาอธิปไตยนั้น
ทหารมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลาในพื้นที่ชายแดน
โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งด้านเขาพระวิหาร ซึ่งฝ่ายทหารมีการเตรียมกำลัง
อาวุธยุทโธปกรณ์ในอัตราที่พร้อมจะปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่
แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้เพราะถือว่าเป็นความลับ
ซึ่งทหารจะพูดเฉพาะในสิ่งที่เป็นความจริง
แต่จะพูดเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ขณะนี้
ยืนยันได้ว่าคนที่มีอาวุธอยู่ในมือและประจันหน้ากันอยู่ย่อมมีความตึงเครียด
เป็นธรรมดา แต่ทหารต้องเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ( 24 มิ.ย.)
คณะกรรมาธิการชายแดน สภาผู้แทนราษฎร
ได้เดินทางไปดูงานและรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงาน
ของด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง และ เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร ช่องจอม
อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน
อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000071576

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น