วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

"พณ."ระดมสมองชาวนา/เถ้าแก่โรงสีอีสานใต้-หวั่นเปิดตลาด"ATFA"ทำลายข้าวไทย

สุรินทร์ - กรมการค้าต่างประเทศ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เดินสายเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นชาวนา ผู้ประกอบการค้าข้าว
โรงสีข้าวและผู้ประกอบการอุตฯ ที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบ 10 จว.อีสานใต้
ระดมสมองเตรียมพร้อมรับมือไทยเปิดตลาดการค้าข้าวตามความผูกพันภายใต้ ATFA
ม.ค.ปีหน้า เผยวิตกปัญหาการสวมสิทธิ์-ลอบนำเข้าข้าวคุณภาพต่ำ-ติดเชื้อโรคและศัตรูพืช
ย้ำรัฐต้องใช้มาตรการคุมเข้มนำเข้าข้าวหวั่นทำลาย"หอมมะลิ"ชื่อก้องโลกและ
ข้าวไทย

วันนี้ (25 มิ.ย.) ที่ห้องประชุมอาคาร 30
มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็น กรณี
การเปิดตลาดข้าวภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (ATFA) ครั้งที่ 4 โดย
มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ,ผู้ประกอบการค้าข้าว
โรงสีข้าว,โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบ จากพื้นที่ 10
จังหวัดในภาคอีสานตอนล่าง เข้าร่วมแสดงความเห็นกว่า 200 คน

นางดวงพร รอดพยาธิ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเผยว่า
การเปิดรับความเห็นครั้งนี้ เนื่องจากว่ากลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน
ได้ตกลงให้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ ATFA ( ASEAN Fee Trade
Area) ขึ้น ประเทศไทยในฐานะเป็นสมาชิก ATFA มีพันธกรณีที่ต้องลดภาษี
และยกเลิกมาตรการโควตาภาษี สินค้าข้าวและสินค้าเกษตรอื่นๆ
ซึ่งได้ดำเนินการลดภาษีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536
และมีกำหนดจะต้องยกเลิกโควตานำเข้าและลดภาษีเหลือร้อยละ 0
ในตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 นี้
ซึ่งการปฏิบัติตามพันธกรณีที่ผูกพันไว้ถือเป็นสิ่งสำคัญและเป็นการสร้างความ
เชื่อมั่นให้กับคู่เจรจาของไทยรวมถึงเป็นการสร้างความเชื่อถือของไทยใน
ภูมิภาคอาเซียนด้วย

ประเทศไทยในฐานะเป็นผู้ส่งออกข้าวมากเป็นอันดับ 1 ของโลก
ได้ประโยชน์จากการเปิดตลาดการค้าข้าวตามพันธกรณีและ
เกิดผลกระทบน้อยที่สุด กระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้
กรมการค้าต่างประเทศร่วมหารือกับหน่วยงานราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ในการพิจารณาหามาตรการไว้รองรับ เพื่อบริหารจัดการข้าว
การนำเข้าข้าวและแนวทางปฏิบัติ ซึ่งมีเป้าหมายในการจัดเวทีสัมมนา คือ
การรักษามาตรฐานคุณภาพข้าวไทย คุ้มครองสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคข้าวไทย
เพื่อหาแนวทางป้องกันการระบาดของโรคและศัตรูข้าว
ป้องการกันการนำเข้าข้าวแบบสวมสิทธิ์ในโครงการแทรกแซงของรัฐบาล
และป้องกันการนำเข้าข้าวที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม (GMOs)

ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารงานข้าวมีความโปร่งใส
และให้การตอบสนองต่อภาคประชาสังคม ได้อย่างทั่วถึง
จึงมีการจัดเวทีเสวนาสาธารณะให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแสดงความเห็นและ
เสนอแนะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเปิดตลาดการค้าข้าวภายใต้เขตการค้าเสรี
อาเซียน(ATFA) ซึ่งข้อมูลที่ได้จากเวทีประชาคมในครั้งนี้
จะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และ คณะรัฐมนตรี (ครม.)
เพื่อกำหนดแนวทางมาตรการเปิดตลาดการค้าข้าวตามพันธกรณี ATFA
รวมทั้งเพื่อออกเป็นกฎระเบียบ ข้อบังคับ ให้มีผลบังคับใช้ได้ทันในวันที่
1 ม.ค. 2553 นี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น