วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

"พังกำไล"ชื่นมื่นอาการดีขึ้นตามลำดับ - คาดเริ่มรักษาด้วยวารีบำบัดกลางเดือนนี้

สุรินทร์ - "ช้างพังกำไล" อาการดีขึ้นตามลำดับ
ขาขวาที่หักกระดูกเชื่อมต่อกันมากขึ้น
บาดแผลเริ่มมีหนังและเนื้อใหม่งอกขึ้นมา
เผยช้างมีกำลังใจและอารมณ์ดีมากหยอกล้อเจ้าหน้าที่-ทีมสัตวแพทย์อยู่ตลอด
เวลา ส่วนสระน้ำก่อสร้างคืบ 60% คาดกลางเดือน
ก.ค.นี้เริ่มทดสอบการรักษาด้วยวารีบำบัดได้

วันนี้ (4 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า
ช้างพังกำไลที่เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บจาก อุบัติเหตุทางรถยนต์
ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลช้าง
สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติจังหวัดสุรินทร์ นั้น
ล่าสุดขณะนี้พังกำไลมีอาการดีขึ้นตามลำดับ

สัตวแพทย์หญิงภัทร เชื้อพลายเวช
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จังหวัดสุรินทร์
เปิดเผยว่า อาการของช้างพังกำไล ดีขึ้นตามลำดับ
บาดแผลตามตัวถือว่าดีขึ้นมาก เริ่มมีหนังและเนื้อใหม่งอกขึ้นมา
ยกเว้นบาดแผลที่สะโพกซ้าย ซึ่งเป็นบาดแผลจากการนอนกดทับ
พบมีเนื้อตายและมองเห็นกระดูกสะโพก
ซึ่งสัตวแพทย์ได้ตัดเอาเนื้อตายออกและทำการล้างบาดแผลทุกวันพร้อมให้
ออกซิเจนบริเวณบาดแผล
นอกจากนั้นยังได้ใช้น้ำผึ้งฉีดเข้าเนื้อบริเวณบาดแผลเพื่อให้สมานแผลได้เร็ว
ขึ้น ให้กินยาแก้ปวดและแก้อักเสบ

รวมทั้งต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาบาดแผลกดทับ
ช่วงบริเวณที่มีสายพานรั้งสำหรับยกตัวช้างขึ้น
เพื่อทำความสะอาดในแต่ละวัน เพื่อไม่ให้ถูกกดทับจากแรงดึงของสายพานมากนัก
สำหรับขาขวาที่หัก
จากการเอ็กซเรย์ครั้งสุดท้ายพบว่ากระดูกเริ่มงอกต่อติดกันมากขึ้น
แต่ยังต้องทำการรักษาบาดแผลบริเวณขาขวาเมื่อถอดเฝือกออก

สัตวแพทย์หญิงภัทร กล่าวต่อว่า
สำหรับสภาพจิตใจและอารมณ์ของช้างพังกำไล ขณะนี้ถือว่า
ช้างมีกำลังใจที่ดีมาก สามารถหยอกล้อเล่นกับทีมสัตวแพทย์
และเจ้าหน้าที่ทหารที่มาให้การสนับสนุนช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา
และจะแสดงอาการเจ็บแผลขณะทำการล้างบาดแผลด้วยการสะบัดตัวแรงๆ
ทำให้ทีมสัตวแพทย์ต้องส่งเสียงขู่บอกไม่ให้แสดงอาการโมโหมากเกินไป
ซึ่งพังกำไลก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี

ส่วนอาหารขณะนี้ต้องเปลี่ยนให้มีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากหญ้า
ต้นกล้วย อ้อย แล้วสัตวแพทย์ยังได้นำ ถั่วฝักยาว แตงกวา
มาให้พังกำไลกินสลับสับเปลี่ยนกันไปเพื่อไม่ให้ช้างเบื่ออาหาร

"สำหรับการสร้างสระน้ำเพื่อใช้รักษาพังกำไลด้วยวิธีวารีบำบัด นั้น
ขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้าไปกว่า 60% แล้วคาดว่าประมาณกลางเดือน
ก.ค. นี้ จะสามารถทดสอบการใช้สระน้ำรักษาด้วยวิธีวารีบำบัดได้"
สัตวแพทย์หญิงภัทร กล่าวในตอนท้าย

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000075833

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น