วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เทศบาลสุรินทร์มอบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกว่า 2 พันคน

สุรินทร์- ผู้สูงอายุ 2,197 คน เขตเทศบาลเมืองเดินทางมารับเบี้ยยังชีพ
กันคึกคัก คุณตา วัย 83 ปี ดีใจเดินทางมารับเบี้ยยังชีพ 500 บาท
ด้วยตัวเอง บอกจะนำไปใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

วันนี้ (27 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ นายสมบูรณ์ เรืองกาญจนเศรษฐ์
นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้เป็นประธานมอบเบี้ยยังชีพ
แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งบรรยากาศ เป็นไปอย่างคึกคัก
ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เดินทางมารับเบี้ยยังชีพด้วยตัวเอง
คนที่แข็งแรงก็เดินทางมาคนเดียว หลายคนให้ลูกหลาน ญาติพี่น้อง
หรือเพื่อนบ้านพามา ขณะที่คุณตายม เพชรศรีสม วัย 83 ปี บ้านอยู่ ซอย
สุรินทร์ภักดี เทศบาลเมืองสุรินทร์ หลานได้พามารับเบี้ยยังชีพ
และรับเงินไปด้วยความดีใจ
บอกว่าจะเอาเงินที่ได้รับวันนี้ไปใช้จ่ายหลายอย่างให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

นายสมบูรณ์ เรืองกาญจนเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุรินทร์
เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองสุรินทร์
ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาความ
เดือดร้อนของผู้สูงอายุ ที่มีรายได้ไม่เพียงพอกับการครองชีพ
ไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ จึงได้พิจารณาจัดสรรเบี้ยยังชีพ
ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
โดยได้รับลงทะเบียนผู้สูงอายุในหว่าง26 ก.พ. - 15 มี.ค. ที่ผ่านมา
มีผู้สูงอายุมาขอขึ้นทะเบียนเพื่อรับเบี้ยยังชีพ ทั้งหมดจำนวน 2,210 คน
และผ่านการพิจารณาคณะกรรมการคัดเลือก ตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาล จำนวน 2,197
คน

"วันนี้เทศบาลเมืองสุรินทร์ได้จ่ายเบี้ยยังชีพ
ให้แก่ผู้สูงอายุคนละ 500 บาท
เป็นวันเป็นที่สองซึ่งจะดำเนินการมอบให้แล้วเสร็จทั้ง 2,197 คน
โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่ได้เดินทางมารับเบี้ยยังชีพด้วยตัวเอง
รวมทั้งการโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่ผู้สูงอายุที่ได้แจ้งหมายเลขบัญชีไว้กับ
บคณะกรรมการพิจารณาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว" นายสมบูรณ์ กล่าว

สุรินทร์เร่งมอบเงินช่วยเกษตรกรประสบภัยแล้ง-นาข้าวสูญ 1.3 หมื่นไร่

สุรินทร์ - เร่งมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรเขต อ.เมืองสุรินทร์
ที่ประสบภัยแล้งในฤดูกาลผลิต ปี 2551/52 นาข้าวเสียหาย 1.37 หมื่นไร่
เดือดร้อน 2,333 ราย โดย ธ.ก.ส.เบิกเงินสดจ่ายให้เกษตรกร
ที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาให้การช่วยเหลือ

วันนี้ (26 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ องค์การบริหารส่วนตำบล
(อบต.) ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายสุพล ลีมางกูล
นายอำเภอเมืองสุรินทร์ ได้เป็นประธานในการมอบเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกร
ที่ประสบกับภัยพิบัติภัยแล้งในฤดูการทำนา ปี 2551/2552
ซึ่งอำเภอเมืองสุรินทร์มีเกษตรกรประสบกับภัยแล้ง จำนวน 7 ตำบล ประกอบด้วย
ต.ท่าสว่าง, แกใหญ่, เฉนียง, เทนมีย์, สลักได, ตระแสง และ ต.สวาย
รวมทั้งสิ้นจำนวน 52 หมู่บ้าน มีพื้นที่นาปลูกข้าวได้รับความเสียหาย
13,755 ไร่ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 2,333 ราย

ทั้งนี้ อำเภอเมืองสุรินทร์ได้ขอรับการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546
ซึ่งช่วยเหลือเกษตรกรในอัตราไร่ละ 606 บาท รวมจำนวน 8,335,530 บาท
โดยทางกระทรวงการคลังได้โอนเงินเข้าผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
การเกษตร สาขา สุรินทร์ (ธ.ก.ส.) และ ธ.ก.ส.สุรินทร์
ได้ทำการเบิกเงินสดที่กระทรวงการคลังโอนเข้าบัญชีเกษตรกรทั้งหมดจำนวน
2,333 ราย ที่ประสบปัญหาภัยพิบัติภายแล้ง ตามจำนวนที่คณะกรรมการพิจารณา
มามอบให้แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้

นายสุพล ลีมางกูล นายอำเภอเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า
เงินที่รัฐบาลจ่ายเป็นค่าชดเชยความเสียหายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ
เกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง อย่างไรก็ตาม อยากให้เกษตรกรได้มีการศึกษา
ปรับเปลี่ยนวิธีการทำนาให้เหมาะสม และสอบถามนักวิชาการเกษตร
ในช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำนา
เพราะบางครั้งเกษตรกรพอมีฝนเริ่มตกลงมาก็รีบไถ่นาหว่านข้าว ตั้งแต่เดือน
เม.ย.-มิ.ย.หรือ
ก.ค.พอฝนทิ้งช่วงต้นกล้าข้าวที่กำลังเจริญเติบโตก็แห้งตาย

"เกษตรกรจึงควรปรึกษานักวิชาการเกษตรว่าเวลาเหมาะสม
ในการปลูกข้าวควรอยู่ในช่วงใด
เพราะจะได้ขยายช่วงเวลาการเติบโตของการต้นกล้าให้พอเหมาะกับฝนที่ตกลงมา
เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการปลูกข้าวด้วยวิชาการที่เหมาะสม
จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเอง" นายสุพล กล่าว

ชาวเมืองช้างกว่า 3,000 คน ร่วมมหกรรมออกกำลังกาย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 พฤษภาคม 2552 13:07 น.
สุรินทร์-นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ปชช. ชาวเมืองช้างกว่า 3,000 คน
ร่วมออกกำลังกายในงาน "มหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน แชลเลนจ์เดย์"
เนื่องในวันรณรงค์ให้ประชาชนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแข็งแรง
และเป็นภูมิคุ้มกันสารพัดโรค
เผยสุรินทร์รณรงค์มหกรรมออกกำลังกายตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับหมู่บ้าน
พร้อมจับคู่แข่งขันกับ จ.ร้อยเอ็ด

วันนี้ (27 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงาน
ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์
สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัด
"มหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน แชลเลนจ์เดย์" ขึ้น
สืบเนื่องจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กำหนดให้วันพุทธสุดท้ายของเดือน
พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันรณรงค์ให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย
เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และเป็นภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ

วันนี้ จ.สุรินทร์ ได้จัด "มหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน แชลเลนจ์เดย์"
รณรงค์ให้ประชาชนได้ออกกำลังกายพร้อมกันทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล
และระดับหมู่บ้าน

ทั้งนี้ อำเภอเมืองสุรินทร์ได้ร่วมกับทางจังหวัดสุริทร์
จัดมหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน แชลเลนจ์เดย์
ขึ้นที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ มี นายธานี ปลูกเจริญ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำนักเรียน นักศึกษา
ข้าราชการทุกหน่วยงาน และประชาชน ร่วมกันออกกำลังกายกว่า 3,000 คน
พร้อมทั้งมีครูและวิทยากรมาสอนท่าเต้นแอร์โรบิกออกกำลังกาย
เพื่อสร้างบรรยากาศและสีสันในการออกกำลังกายให้สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อหน่าย
และจูงใจให้ทุกคนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลโรคจากต่างๆ

นายไพฑูรย์ ศิริบูรณ์ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุรินทร์
เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ได้รณรงค์ให้ประชาชนทุกภาคส่วน
ตั้งแต่ระดับจังหวัดไปจนถึงระดับหมู่บ้าน ได้ออกกำลังกาย
อย่างถูกวิธีในแต่ละวัน และรู้ถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย
ปีนี้คาดว่าจะมีประชาชนใน จ.สุรินทร์ ได้มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายถึง
80% ของประชาชนทั้งหมด

"อีกทั้งปีนี้
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กำหนดให้แต่ละจังหวัดที่มีประชากรใกล้เคียง
กันได้จับคู่ในการแข่งขันกันออกกำลังกาย โดย จ.สุรินทร์ มีประชากร
1,375,560 คน ได้จับคู่แข่งขันออกกำลังกายกับ จ.ร้อยเอ็ด ที่มีประชากร
1,307,212 คน" นายไพฑูรย์ กล่าว

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000059294

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อ้างชื่อ "พรรคพอเพียง-บิ๊กแอ้ด" ตุ๋นชาวสุรินทร์ - บุรีรัมย์แห่สมัครฯ กู้เงินล้าน

สุรินทร์ - มิจฉาชีพอ้างชื่อ "พรรคพอเพียง" และ "พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์"
จัดตั้งแกนนำหลอกชาวบ้านหลายอำเภอ ใน จ.สุรินทร์-บุรีรัมย์
ให้สมัครเป็นสมาชิกพรรค อ้างได้กู้เงินล้านดอกเบี้ยต่ำ
เผยชาวหลงเชื่อแห่สมัครกันจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป้าหมายเป็นกลุ่มสตรี
ด้านผู้ใหญ่บ้าน-ผู้นำชุมชนและ อบต. พบไม่ชอบมาพากล
โร่แจ้งให้อำเภอตรวจสอบพร้อมประกาศเตือนประชาชนระวังถูกตุ๋นสูญเสีย
ทรัพย์สิน

วันนี้ (23 พ.ค.52) ที่สำนักงานสถาบันการเงินเศรษฐกิจพอเพียง
บ้านปราสาทเบง ม.15 และ ม. 6 ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นายเดชาธร
สวนหนองแวง ผู้ใหญ่บ้านปราสาทเบง ม.15 , นายเพิ่มพูน สมบูรณ์การณ์ สมาชิก
อบต.กาบเชิง บ.ปราสาทเบง , นางเทวี แก้วหอม สมาชิก อบต.กาบเชิง
บ.ปราสาทเบง และ นางสถาพร แสวงสุข ผู้ใหญ่บ้านปราสาทเบง ม. 6
พร้อมด้วยกลุ่มผู้นำชาวบ้านปราสาทเบง ได้เปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าว
กรณีมี พรรคการเมือง ชื่อ "พรรคพอเพียง" ระบุตั้งอยู่บ้านเลขที่ 106-550
ถ.ร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตราชกระบัง กรุงเทพฯ
ได้ส่งแกนนำซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านที่เดินทางไปรับข้อมูล และ
เอกสารของพรรคพอเพียง ออกตระเวนหาสมัครสมาชิกในหมู่บ้านต่างๆ
ให้กับพรรคอย่างไม่ชอบมาพากล

ทั้งนี้ทราบว่า การหาสมาชิกพรรคดังกล่าว
ได้เปิดรับสมัครมาตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. และบอกว่าจะปิดรับสมัครฯ 31 พ.ค.
นี้ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มสตรีในแต่ละหมู่บ้าน
และให้สมาชิกสมัครเป็นกลุ่มๆ ละ 10 จากนั้นกำหนดให้ประธานกลุ่ม
รองประธานหรือเลขานุการกลุ่ม เดินทางไปประชุม ณ ที่ทำการพรรคที่กรุงเทพฯ
ให้ครบ 5 ครั้ง แล้วจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีอนุมัติเงินกู้ 1 ล้านบาท
ให้กลุ่มที่ผ่านการพิจารณาเพื่อไปแบ่งกันคน 1 แสนบาท
ซึ่งเป็นเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 3 ปี และ ปีที่ 4 จ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3
ต่อปี

ส่วนการเปิดบัญชีเพื่อรับเงินสำหรับกลุ่มที่ได้รับเงินกู้ นั้น
ต้องเปิดบัญชี ของ ธนาคารอิสลาม เท่านั้น และ ต้องมีเงินเปิดบัญชีขั้นต่ำ
500-2,000 บาท/บัญชี มีกรรมการบัญชี 3 คน โดย 1 คน
ต้องเป็นคนของพรรคพอเพียง และ
ต้องเช็นมอบฉันทะให้กับตัวแทนของพรรคเป็นคนดูแลบัญชี

พร้อมระบุว่า วันที่ 6-7 มิ.ย. นี้ จะมีการประชุมสัมมนา
ผู้สมัครสมาชิกพรรคและรับประกาศเกียรติบัตร จาก พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์
อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าจะระดมสมาชิกให้ได้อย่าง 1
หมื่นกลุ่ม หรือ 1 แสนคนทั่วประเทศ
และบอกว่าขณะนี้รับสมัครสมาชิกได้แล้วกว่า 3,000 กลุ่ม

นายเดชาธร สวนหนองแวง ผู้ใหญ่บ้านปราสาทเบง ม. 15 เปิดผยว่า
การรับสมาชิกพรรค พอเพียง
เป็นที่น่าสงสัยของบรรดาผู้นำชุมชนในบ้านปราสาทเบงเป็นอย่างมาก
เพราะบ้านปราสาทเบงเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็น 4 หมู่บ้าน คือ
หมู่ที่ 6,14,15,19 และการหาสมาชิกดังกล่าวได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
โดยใช้ข้ออ้างการได้กู้เงิน 1 ล้านบาทต่อกลุ่ม
มาดึงดูดชาวบ้านให้แห่กันสมัครทั้งที่ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงแล้วเป็นอย่างไร
เมื่อผู้นำในหมู่บ้านตักเตือนให้ตรวจสอบอย่างรอบคอบชาวบ้านก็โกรธ
หาว่าไปขัดผลประโยชน์ของเขา
ตนจึงเป็นได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นไปยังนายอำเภอกาบเชิง
จนกระทั่งนายอำเภอได้ส่งปลัดอำเภอลงมาตรวจสอบข้อมูล
และพบข้อผิดสังเกตที่อาจเป็นการฉ้อโกงประชาชนอย่างชัดเจน
และขยายตัวเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่
พร้อมได้แจ้งเตือนไปยังผู้นำชุมชนต่างๆใน อ.กาบเชิง และ
ทุกพื้นที่ของจ.สุรินทร์ ได้รับทราบและอย่าหลงเชื่อการกระทำดังกล่าว

นางเทวี แก้วหอม สมาชิกสภา อบต.กาบเชิง ม. 15 กล่าวว่า
ตนเองทราบเรื่องนี้จากคนในหมู่บ้านที่มาหาสมาชิกพรรคพอเพียง
และตนได้สมัครเป็นสมาชิกด้วยเพราะอยากได้เงินแต่ได้ถอนการสมัครไปแล้ว
เพราะสามีตนสงสัยในการกระทำของกลุ่มบุคคลที่มารับสมัครสมาชิก
โดยเฉพาะอ้างว่าจะได้เงินกู้ 1 ล้านบาท ปลอดดอกเบี้ย 3 ปีและปีที่ 4
จ่ายดอกเบี้ยแค่ร้อยละ 3 เท่านั้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ชาวบ้านปราสาทเบง
ม.15 และ หมู่บ้านอื่นๆในเขต อ.กาบเชิง ,อ.ปราสาท จ.สุรินทร์
พากันหลงเชื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกจำนวนมาก

นายเพิ่มพูน สมบูรณ์การณ์ สมาชิก อบต.กาบเชิง ม.15 กล่าวว่า
ตนได้โทรศัพท์สอบถามไปที่พรรคพอเพียง ได้รับแจ้งว่า ในจ.บุรีรัมย์
ใครต้องการสมัครเป็นสมาชิกให้ติดต่อผ่านคนชื่อ "เขียว" ส่วน จ.สุรินทร์
ให้ติดต่อคนชื่อ "วิชิต" ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีชาว อ.ประโคนชัย อ.บ้านกรวด
จ.บุรีรัมย์ และ ชาว อ.กาบเชิง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์
พากันยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคพอเพียง
พร้อมด้วยเอกสารขอรับเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1 ล้านบาท รวมกว่า 30 กลุ่ม
หรือกว่า 300 คน แล้ว

นางสถาพร แสวงสุข ผู้ใหญ่บ้านปราสาทเบง ม. 6 กล่าวเพิ่มเติมว่า
ยังมีข้อสงสัยอีกหลายอย่าง เช่น
การเดินทางไปประชุมที่พรรคพอเพียงของแกนนำกลุ่มแต่ละครั้ง
จะมีการเรี่ยไรเงินอ้างเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจากสมาชิกในกลุ่มเป็นเงินสูงถึง
คนละ 300-500 บาท หากเดินทางไปครบ 5 ครั้ง สมาชิกต้องเสียเงินถึงคนละ
1,500-2,500 บาท
และจากการสอบถามแกนนำกลุ่มที่เดินทางไปประชุมกลับมาบอกว่า
ที่ทำการพรรคดังกล่าวเป็นห้องเล็กๆ
ไม่น่าเชื่อถือและเกรงว่าทุกคนจะถูกหลอก

ด้าน นายวิษณุ เหลือวิบูลย์กิจ ปลัดอาวุโสอำเภอกาบเชิง จ.สุรินทร์
เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ได้ลงพื้นที่สอบปากคำผู้นำชุมชน
และหมู่บ้าน พร้อมได้โทรศัพท์
ไปสอบถามที่พรรคพอเพียงได้พูดคุยกับคนที่ชื่อ "จำรัส"
อ้างว่าเป็นทนายความ
ซึ่งเมื่อสอบถามเกี่ยวกับการรับสมัครสมาชิกพรรคพอเพียง เขาบอกว่า
เป็นการทำสัญญาเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย 3 ปี และดอกเบี้ยต่ำเท่านั้น
และไม่ตอบชัดเจนว่าเป็นการรับสมาชิกพรรคหรือไม่
ซึ่งจากการสอบถามในเรื่องต่างๆ ก็ไม่ได้ รับคำตอบที่ชัดเจนเช่นกัน

"ล่าสุดได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไปยังนายอำเภอกาบเชิง
และผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ให้ทราบแล้ว พร้อมทั้งได้แจ้งข่าวสาร
ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในหมู่บ้านต่างๆ ได้ทราบ
เพราะเกรงว่าประชาชนจะถูกหลอกลวงเสียทรัพย์สิน
และจะขอความร่วมมือจากตำรวจกองปราบปราม
ในการติดตามสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่างต่อไป" นายวิษณุ กล่าว

ตร.ศีขรภูมิสุรินทร์รวบยกแก๊งตุ๋นขายทองเก๊ - ได้ผู้ต้องหา 7 คน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 พฤษภาคม 2552 22:39 น.


สุรินทร์- ตร.ศีขรภูมิ เมืองช้าง
ไล่ล่าแก๊งต้มตุ๋นตระเวนหลอกขายทองปลอมชุบ
ให้ร้านทองในเขตเทศบาลตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ
เผยไหวตัวทันหลบหนีไปจนมุมที่โรงพยาบาลศีขรภูมิ เจอรวบยกแก๊ง 7 คน
แต่ยังปากแข็งให้การปฏิเสธ

วันนี้ ( 22 พ.ค.) พ.ต.ท.กิตติพงศ์ กฤษณะสุวรรณ
พนักงานสอบสวนสืบสวน สภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พร้อมด้วย ตำรวจชุดสืบสวน
ตำรวจจราจรกว่า 20 นายร่วมกันไล่ล่าจับกุมแก๊งคนร้ายที่นำทองปลอม
มาหลอกขายให้กับร้านทองในย่านตลาดเทศบาลตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ

หลังได้รับแจ้งจาก นางสาวอรทัย แซ่ตัง อายุ 57 ปี
เจ้าของร้านทองทวีชัย เลขที่157 ม.2 ตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ว่า
ได้มีคนนำทองน้ำหนัก 2 สลึง มาขายให้กับร้านในราคา 7,000 บาท
และรับซื้อไว้แต่ขณะที่กำลังนำทองไปเก็บได้รับแจ้งจากร้านทองศรีสุวรรณ
ว่า มีคนนำทองปลอมออกเร่ขายขอให้ ระมัดระวังด้วย
จึงนำทองที่รับซื้อไว้มาตรวจสอบปรากฏว่า เป็นทองปลอมชุบทอง
จึงโทรศัพท์แจ้ง ตำรวจ สภ.ศีขรภูมิ

ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ได้
ขณะพากันเข้าไปในโรงพยาบาลศีขรภูมิเพื่อขับรถยนต์ยี่ห้อ
อีซูซุหมายเลขทะเบียน บพ -8855 กรุงเทพมหานคร หลบหนี
โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊งรวม 7 คน

ประกอบด้วย นางสาวพรพรรณ มงคลเมือง อายุ41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/9
เขตบางขุนเทียน กทม. ,นางวาสินี ฟักผ่อง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่
41/1ม.5 ต.หนองตูม อ.เมือง จ.ขอนแก่น, นายนพรัตน์ คำลือ อายุ33 ปี
อยู่บ้านเลขที่153 บ้านแม่คืบ อ.งาว จ.ลำปาว ,นางรัตนา ประทุมรัตน์ อายุ
34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/5 ซ.เพชรเกษม 48 แขวงบางด้วน กทม. ,นางสาวอำภาพร
เสือมิง อายุ 16 ปี, นางสาวอุภาพรรณ เสือสมิง อายุ 16 ปี พี่น้องกัน
อยู่บ้านเลขที่76/5 โดยผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฎิเสธ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงควบคุมมาสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.ศีขรภูมิ
พร้อมแจ้งข้อหาดำเนินคดี และ ยังไม่ให้ประกันตัว

สุรินทร์เสนอทอดเวลาตั้งพรรคไปสักระยะ เพื่อระดม"คน/ปัญญา/ทุน"ให้พร้อมก่อน

สุรินทร์ - พันธมิตรฯเมืองช้าง ประชุมระดมความคิด "บทบาท หน้าที่
และการดำเนินงานพธม.ในอนาคต"
ระบุต้องขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน
และจัดตั้งองค์กรระดับจังหวัด-ภาคให้ชัดเจนเพื่อการประสานและขับเคลื่อน
อย่างมีประสิทธิภาพ เดินหน้าสร้างการเมืองใหม่
ยันค้านแก้ไขรธน.-นิรโทษกรรมนักการเมือง
เสนอควรทอดเวลาตั้งพรรคการเมืองพธม.ไปอีกสักระยะ
เพื่อระดมคนระดมปัญญาและระดมทุนให้พร้อม หวั่นแนวร่วม-ปชช.เสื่อมศรัทธา
เผยเตรียมร่วมงาน "193 วัน รำลึก 1 ปีการต่อสู้ฯ" 24-25 พ.ค.นี้

นายประยูร พุ่มอินทร์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
(พธม.) จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มแกนนำพันธมิตรฯ
สุรินทร์ได้ประชุม ที่บ้านหนังสือ ถนนหลักเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์
เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่
และแนวโน้มการดำเนินงานของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในอนาคต

ทั้งนี้ในที่ประชุมเสนอความเห็น ว่า
ควรดำเนินการขยายเครือข่ายพันธมิตรฯ เพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมในทุกภาคส่วน
ควรมีการจัดรูปแบบองค์กรในระดับภาค ระดับจังหวัดให้ชัดเจน
เพื่อการประสานงานและขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ
รวมทั้งการสนับสนุนหรือเป็นแนวร่วมพรรคการเมือง
ที่มีแนวคิดปฏิรูปการเมืองไปสู่การเมืองใหม่
และการขับเคลื่อนให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการเมืองใหม่อย่างเป็นรูปธรรม
และต่อเนื่อง พร้อมทั้งเติมเต็มความรู้ด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ
ในทุกภาคส่วนที่ยังพร่อง

พร้อมกันนี้ที่ประชุมเห็นว่า ควรผลักดันให้บุคลากร วิทยากร
ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นำเสนอความรู้ผ่านทางฟรี TV
ทั่วไป นอกจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี (ASTV) ทีวีของประชาชน
และ หากมีความพร้อมและสุกงอมพอ ประมาณ 4- 8 ปีข้างหน้า
ควรจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองทางเลือกใหม่ของประชาชน

นายประยูร กล่าวต่อว่า
ในส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
พันธมิตรฯ สุรินทร์ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพราะ
ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มากกว่าเสียประโยชน์
ประชาชนมีสิทธิ มีเสียง และมีส่วนร่วมทางการเมืองมากกว่าฉบับใด ๆ
โดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย การตรวจสอบอำนาจรัฐ
และการมีส่วนร่วมการเมืองทางตรงของประชาชน

อีกทั้งการบังคับใช้รัฐธรรมนูญยังไม่ครบถ้วนกระบวนความ
โดยเฉพาะหมวดว่าด้วยจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของ
รัฐ ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2550
ส่งผลกระทบโดยตรงเฉพาะนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ทุจริตเท่านั้น
ส่วนนักการเมืองและพรรคการเมืองที่สุจริตไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใด
รวมทั้งประชาชนทั่วไปด้วย

อย่างไรก็ตาม หากหลีกเลี่ยงการแก้ไขไม่ได้
ต้องใช้หลักการและวิธีการแก้ไขดังนี้ คือ ผู้มีส่วนได้เสีย (นักการเมือง)
ต้องไม่เป็นผู้ดำเนินการแก้ไข ต้องให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประชาพิจารณ์
และดำเนินการลงประชามติด้วยเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ
และการดำเนินการต้องเสนอเป็นรายมาตราก่อนลงมติห้ามลงมติเสนอแก้ไขทั้งฉบับ
เด็ดขาด

สำหรับการนิรโทษกรรมทางการเมือง
ความเห็นที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม
ทั้งนี้เพื่อคงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
และสร้างบรรทัดฐานที่ดีสำหรับนักการเมือง และประชาชน

นายประยูร กล่าวต่อว่า
ขณะที่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรประชาชนเพื่อ
ประชาธิปไตย นั้น ที่ประชุมพันธมิตรฯสุรินทร์
ครั้งนี้ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าจะทำให้พันธมิตรฯ
เสื่อมศรัทธาจากแนวร่วมและประชาชนทั่วไป
ทำให้เกิดข้อคำถามตามมากับสิ่งที่เคยขับเคลื่อนการเมืองภาคพลเมืองด้วยความ
บริสุทธิ์ใจ หรือเป็นเพียงยุทธศาสตร์ปูทางสู่เกมแห่งอำนาจเท่านั้น

ประกอบกับสมาชิกกลุ่มพันธมิตรฯ ในต่างจังหวัดส่วนใหญ่
ยังกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองโดยเฉพาะเขตเทศบาลเท่านั้น
ยังไม่กระจายตัวลงถึงฐานรากมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งได้
เพียงแต่ทำให้นักเลือกตั้งเดิมลำบากมากขึ้นเท่านั้น

"ที่ประชุมพันธมิตรฯ
สุรินทร์จึงขอเสนอแนะควรทอดเวลาไปอีกสักระยะหนึ่ง อาจเป็น1 -2 วาระของสภา
เพื่อระดมคน ระดมปัญญาและระดมทุน ให้พร้อมมากกว่านี้" นายประยูร กล่าว

พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้พิจารณารายชื่อส่งตัวแทนพันธมิตรฯสุรินทร์
เข้าร่วมสัมมนาใหญ่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ณ ศูนย์นันทนาการ
ม.รังสิต ในวันที่ 24 พฤษภาคม จำนวน 10
คนรวมทั้งเข้าร่วมริ้วขบวนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในงาน "193 วันรำลึก 1
ปีแห่งการต่อสู้ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 25 พฤษภาคม
ด้วย

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สุรินทร์ขุดพบกระดูกมนุษย์/ลูกปัดสีฟ้า ยุคก่อนประวัติศาสตร์อายุ 1,500 ปี

สุรินทร์- จนท.พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จ.สุรินทร์
ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ
พร้อมเครื่องปั้นดินเผาและลูกปัดสีฟ้า ที่ขุดพบในโรงเรียน อ.ศีขรภูมิ
เผยคาดเป็นโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายอายุราว 1,500 ปี
เตรียมประสานนักโบราณคดีเข้าตรวจสอบ อีกครั้ง

วันนี้ ( 21 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ได้มีชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันเดินทางไปดูโครงกระดูกมนุษย์โบราณ
ที่ขุดพบบริเวณหน้าอาคารเรียนภายในโรงเรียนบ้านอนันต์ ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ
จ.สุรินทร์ กันเป็นจำนวนมาก โดยโครงกระดูกที่ขุดพบทั้งหมด นายประณีต
ชัยสุวรรณ ผอ.โรงเรียนบ้านอนันต์
ได้ให้นำไปเก็บรักษาไว้ในตู้กระจกของวัดโพธิญาณ
อยู่ใกล้กับโรงเรียนพร้อมได้นิมนต์พระสงฆ์
มาประกอบพิธีสวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศล
ให้กับมนุษย์โบราณผู้ล่วงลับเพื่อให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ

สำหรับหลุมที่ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ มีขนาดความกว้างประมาณ
60 เซนติเมตร (ซม.) ยาวประมาณ 6 เมตร
ทางโรงเรียนได้นำเต็นท์มาติดตั้งครอบไว้และนำเชือกมากั้นบริเวณไว้อย่างดี

โครงกระดูกมนุษย์โบราณดังกล่าว
ถูกเก็บไว้ในตู้กระจกเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
โดยส่วนที่เป็นกะโหลก กรามและส่วนฟันล่าง อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด
ขณะที่ส่วนอื่นๆ มีเพียงเศษชิ้นส่วนกระดูกต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับลักษณะเหมือนลูกปัดสีฟ้าร้อยเป็นสร้อย
และมีเศษชิ้นเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ด้วย

นายประณีต ชัยสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอนันต์ กล่าวว่า
ตนได้ให้นักการภารโรงของโรงเรียนขุดดินบริเวณสนามหน้าอาคารเรียนเพื่อวางท่อ
ระบายน้ำ ในขณะที่ขุดได้ความยาวประมาณ 6 เมตร ลึกประมาณ 60
เซนติเมตรก็พบโครงกระดูกดังกล่าวโดยพบส่วนศีรษะก่อน
จากนั้นจึงพบเครื่องประดับรวมทั้งลูกปัดสีฟ้า
และเครื่องปั้นดินเผาวางอยู่โดยรอบโครงกระดูก

จึงได้นิมนต์พระสงฆ์มาสวดบังสุกุลและนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดโพธิญาณ
อยู่ติดกับโรงเรียน เพื่อป้องกันความเสียหาย
พร้อมทั้งใช้เชือกมากั้นและกางเต็นท์ไว้บริเวณหลุม ไม่ให้ผู้คนเข้าใกล้
และแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดสุรินทร์
มาตรวจสอบ

ทั้งนี้ทราบว่า
พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งเมืองศีขรภูมิมาแต่โบราณและช่วงหลังได้
ย้ายเมืองศีขรภูมิไปสร้างในที่แห่งใหม่ จนถึงปัจจุบันคือ เขตตำบลระแงง
และยังพบว่า บริเวณวัดโพธิญาณมีปราสาทหินตั้งอยู่ 1 หลัง
อายุนับพันปีได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ หนึ่งใน 31 แห่ง
ของจ.สุรินทร์ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แล้ว

ต่อมาวันเดียวกันนี้ (21 พ.ค.) นางชูศรี เปรมสระน้อย
หัวหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดสุรินทร์
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้เดินทางมาตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์โบราณดังกล่าว
หลังเข้าตรวจสอบ

นางชูศรี เปรมสระน้อย
หัวหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า
น่าจะเป็นโครงกระดูกมนุษย์โบราณก่อนยุคประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุราว
1,500 ปี ซึ่งจะได้รายงานให้สำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมาได้รับทราบ
เพื่อส่งนักโบราณคดีมาตรวจสอบอีกครั้ง

"พร้อมกันนี้ได้ประสานขอความร่วมกับมือ นายประณีต ชัยสุวรรณ
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอนันต์ ให้ยุติการขุดบริเวณดังกล่าว
เพื่อให้เจ้าหน้าที่นักโบราณคดีเข้ามาตรวจสอบโดยรายละเอียดเสียก่อน
ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี" นางชูศรี กล่าว


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000057174

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สุรินทร์ตรวจยึดบุหรี่-สุราปลอมเถื่อนอื้อ ลอบนำเข้าด้านชายแดนเขมร

สุรินทร์ - สรรพสามิตสุรินทร์ ตรวจยึดจับกุมสินค้า บุหรี่ สุรา ไพ่
ปลอมและเถื่อน ลักลอบนำเข้าไทย ด้านชายแดนกัมพูชา จ.สุรินทร์
ได้ผู้ต้องหารวม 307 ราย พร้อมของกลางเป็นจำนวนมาก เผยทำเป็นขบวนการ
ลักลอบนำเข้าแบบกองทัพมด เหตุผลตอบแทนจึงใจนำเข้าขายในไทยได้กำไรถึง 3
เท่าตัว ชี้จับกุมได้อื้อหลังรัฐบาลไทยปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเหล้า บุหรี่

วันนี้ (20 พ.ค.)
ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์ นายสมโภชนรัฐ
แก้วน่วม สรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์และคณะ
ได้เปิดแถลงข่าวผลการตรวจยึดจับกุมสินค้าปลอมและหนีภาษี
ที่ลักลอบนำเข้าและจำหน่ายด้านบริเวณด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา
ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้ผู้ต้องหารวม 307 ราย
พร้อมของกลางเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย บุหรี่ปลอม-หนีภาษี จำนวน 17,496
ซอง, สุราหนีภาษีหรือสุราเถื่อน 798,125 ลิตร, ไพ่ 3,848 ใบ
รวมมูลค่าของกลางกว่า 1 ล้านบาท คิดเป็นเงินภาษี 895,307 บาท
และคิดเป็นค่าปรับกว่า 13 ล้านบาท

นายสมโภชนรัฐ แก้วน่วม สรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์ กล่าวว่า
ช่วงนี้หลังจากรัฐบาลไทยได้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรทั้งสุรา และบุหรี่
ทำให้มีขบวนการกองทัพมด ลักลอบนำบุหรี่ สุราปลอมและเถื่อน
เข้ามาจำหน่ายในประเทศทางด้านบริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด
และพื้นแนวตะเขบชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นจำนวนมากและหลากหลายรูปแบบ เช่น
แกะบุหรี่ยี่ห้อของไทยออกจากกล่องหรือแคตตอนขนาดบรรจุ 20 ซอง
มาใส่กล่องบุหรี่ยี่ห้อต่างประเทศ
เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่สรรพสามิตในการลักลอบนำเข้ามาขายในประเทศไทย
ซึ่งจะได้กำไรกล่องละ 300 บาท
จึงมีการลักลอบแบบกองทัพมดเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากตามกฎหมาย ประชาชน นักท่องเที่ยว
สามารถนำบุหรี่เข้ามาในประเทศไทยได้คนละ 1 กล่อง ซึ่งบรรจุไว้ 20 ซอง
โดยผู้นำเข้าต้องมีหนังสือเดินทางผ่านแดนชั่วคราว
หรือพาสปอร์ตอย่างถูกต้อง
แต่สำหรับบุหรี่ปลอมหรือเถื่อนยี่ห้อของไทยห้ามนำเข้าเด็ดขาด

นอก จากนี้ยังมีวิธีการลักลอบนำบุหรี่เถื่อนเข้ามาในไทย
ด้วยการใช้เทปกาวติดซองบุหรี่พันไว้รอบเอว
หรือแกะบุหรี่ออกจากซองมาบรรจุใส่ถุงพลาสติกถุงละ 3-10 มวน นำเข้ามาขาย
เป็นต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตต้องทำการตรวจสอบเข้มงวดอย่างต่อเนื่องเพราะมีการ
กระทำผิดกฎหมายเป็นจำนวนมากเพราะบุหรี่ สุราในประเทศไทย
มีราคาสูงกว่าบุหรี่ปลอม บุหรี่เถื่อน สุราปลอม และสุราเถื่อน ถึง 3
เท่าตัว

สำหรับโทษตามกฎหมาย หากถูกจับได้ บุหรี่หนีภาษี อัตราโทษปรับซองละ
701.25 บาท หรือมูลค่าของกลางคูณด้วยอัตราภาษี 15 เท่า
ส่วนสุราหนีภาษีหรือสุราเถื่อน มีไว้ในครอบครองปรับ 1,000 บาท
มีไว้ซึ่งจำหน่ายปรับ 5,000 บาท และไพ่ ปรับอัตราร้อยละ 30

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สุรินทร์ตรวจยึดบุหรี่-สุราปลอมเถื่อนอื้อ ลอบนำเข้าด้านชายแดนเขมร

สุรินทร์ - สรรพสามิตสุรินทร์ ตรวจยึดจับกุมสินค้า บุหรี่ สุรา ไพ่
ปลอมและเถื่อน ลักลอบนำเข้าไทย ด้านชายแดนกัมพูชา จ.สุรินทร์
ได้ผู้ต้องหารวม 307 ราย พร้อมของกลางเป็นจำนวนมาก เผยทำเป็นขบวนการ
ลักลอบนำเข้าแบบกองทัพมด เหตุผลตอบแทนจึงใจนำเข้าขายในไทยได้กำไรถึง 3
เท่าตัว ชี้จับกุมได้อื้อหลังรัฐบาลไทยปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเหล้า บุหรี่

วันนี้ (20 พ.ค.)
ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์ นายสมโภชนรัฐ
แก้วน่วม สรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์และคณะ
ได้เปิดแถลงข่าวผลการตรวจยึดจับกุมสินค้าปลอมและหนีภาษี
ที่ลักลอบนำเข้าและจำหน่ายด้านบริเวณด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา
ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้ผู้ต้องหารวม 307 ราย
พร้อมของกลางเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย บุหรี่ปลอม-หนีภาษี จำนวน 17,496
ซอง, สุราหนีภาษีหรือสุราเถื่อน 798,125 ลิตร, ไพ่ 3,848 ใบ
รวมมูลค่าของกลางกว่า 1 ล้านบาท คิดเป็นเงินภาษี 895,307 บาท
และคิดเป็นค่าปรับกว่า 13 ล้านบาท

นายสมโภชนรัฐ แก้วน่วม สรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์ กล่าวว่า
ช่วงนี้หลังจากรัฐบาลไทยได้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรทั้งสุรา และบุหรี่
ทำให้มีขบวนการกองทัพมด ลักลอบนำบุหรี่ สุราปลอมและเถื่อน
เข้ามาจำหน่ายในประเทศทางด้านบริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด
และพื้นแนวตะเขบชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นจำนวนมากและหลากหลายรูปแบบ เช่น
แกะบุหรี่ยี่ห้อของไทยออกจากกล่องหรือแคตตอนขนาดบรรจุ 20 ซอง
มาใส่กล่องบุหรี่ยี่ห้อต่างประเทศ
เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่สรรพสามิตในการลักลอบนำเข้ามาขายในประเทศไทย
ซึ่งจะได้กำไรกล่องละ 300 บาท
จึงมีการลักลอบแบบกองทัพมดเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากตามกฎหมาย ประชาชน นักท่องเที่ยว
สามารถนำบุหรี่เข้ามาในประเทศไทยได้คนละ 1 กล่อง ซึ่งบรรจุไว้ 20 ซอง
โดยผู้นำเข้าต้องมีหนังสือเดินทางผ่านแดนชั่วคราว
หรือพาสปอร์ตอย่างถูกต้อง
แต่สำหรับบุหรี่ปลอมหรือเถื่อนยี่ห้อของไทยห้ามนำเข้าเด็ดขาด

นอก จากนี้ยังมีวิธีการลักลอบนำบุหรี่เถื่อนเข้ามาในไทย
ด้วยการใช้เทปกาวติดซองบุหรี่พันไว้รอบเอว
หรือแกะบุหรี่ออกจากซองมาบรรจุใส่ถุงพลาสติกถุงละ 3-10 มวน นำเข้ามาขาย
เป็นต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตต้องทำการตรวจสอบเข้มงวดอย่างต่อเนื่องเพราะมีการ
กระทำผิดกฎหมายเป็นจำนวนมากเพราะบุหรี่ สุราในประเทศไทย
มีราคาสูงกว่าบุหรี่ปลอม บุหรี่เถื่อน สุราปลอม และสุราเถื่อน ถึง 3
เท่าตัว

สำหรับโทษตามกฎหมาย หากถูกจับได้ บุหรี่หนีภาษี อัตราโทษปรับซองละ
701.25 บาท หรือมูลค่าของกลางคูณด้วยอัตราภาษี 15 เท่า
ส่วนสุราหนีภาษีหรือสุราเถื่อน มีไว้ในครอบครองปรับ 1,000 บาท
มีไว้ซึ่งจำหน่ายปรับ 5,000 บาท และไพ่ ปรับอัตราร้อยละ 30

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ทัพบกเดินสายสุรินทร์-ศรีสะเกษ - แจงข้อเท็จจริงสลาย "แดงถ่อย" เผาเมือง

สุรินทร์- "พล.ท.ดาวพงษ์" ผช.เสนาธิการทหารบก นำคณะ เดินสายลงพื้นที่
จ.สุรินทร์ ทำความเข้าใจกับบรรดา
หน.ส่วนราชการ-ฝ่ายปกครอง-ผู้นำท้องถิ่นเมืองช้างกว่า 2,000 คน
เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาบ้านเมืองและเหตุการณ์รักษาความสงบเรียบร้อย
กรณีม็อบแดงถ่อยป่วนชาติเผาเมืองเม.ย. ที่ผ่านมา
พร้อมขอความร่วมมือนำไปชี้แจงต่อปชช. ป้องกันการบิดเบือน
และเพื่อสร้างความรักสามัคคี ความมั่นคงแก่ประเทศชาติต่อไป เผยวานนี้ (14
พ.ค.) ลงพื้นที่ชี้แจง จ.ศรีสะเกษ

วันนี้ (15 พ.ค.) ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ อ.เมือง
จ.สุรินทร์ พล.ท.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ
และ ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผน
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วย
พ.อ.อภินันท์ คำเพราะ นายทหารปฏิบัติการ ประจำกรมยุทธการทหารบก และคณะ
ได้เดินทางมา ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองและความไม่สงบเรียบ
ร้อยจากการชุมนุมที่เกิดขึ้นในช่วง 13-14 เม.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมี นายวิเชียร
ชวลิต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับปัญหาของบ้านเมือง
และการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงดังกล่าว
ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ ทุกภาคส่วนในพื้นที่ จ.สุรินทร์
รวมทั้งหน่วยงานรักษาความมั่นคงภายใน จ.สุรินทร์,
ผู้นำฝ่ายปกครองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ,ชุดวิทยากรเศรษฐกิจพอเพียง
จ.สุรินทร์, ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง
นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และ นายกเทศมนตรี เทศบาลต่างๆ ทั่วทั้ง
จ.สุรินทร์ จำนวน 2,314 คน
ให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง

พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้นำไปประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้อง
ประชาชนให้ได้รับทราบข้อเท็จจริง
ป้องกันความสับสนจากการพยายามบิดเบือนข้อมูลของกลุ่มใดๆ ทั้งนี้
เพื่อสร้างความรักสามัคคี และสร้างความมั่นคงแก่ประเทศชาติต่อไป

หลังจากเสร็จสิ้นประชุมชี้แจงทำความเข้าใจดังกล่าว
คณะผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกได้เยี่ยมชมนิทรรศการ การดำเนินงาน
โครงการเศรษฐกิจพอเพียงของแต่ละหน่วยงานที่ประสบผลสำเร็จและนำมาจัดแสดงด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนเดินทางมายัง จ.สุรินทร์
เมื่อวานนี้ (13 พ.ค.) พล.ท.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก
ได้นำคณะลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ
ประชุมชี้แจงข้อเท็จจริงและสร้างความใจในเรื่องดังกล่าว
แก่บรรดาหัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
และผู้นำองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง จ.ศรีสะเกษ

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ชาวสุรินทร์บุกร้องผู้ว่าฯสอบโกงเงิน "SML" - แฉล่องหน 8 หมื่น/อำเภอ หักหัวคิว 20%

สุรินทร์- ชาวบ้านหนองคันนา อ.พนมดงรัก เมืองช้าง สุดทนบุกร้องผู้ว่าฯ
ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีผู้ใหญ่บ้าน-คณะกรรมการและทางอำเภอ
รวมหัวกันใช้จ่ายเงินโครงการ SML
ที่รัฐบาลจัดสรรให้พัฒนาหมู่บ้านชุมชนและส่งเสริมอาชีพประชาชนส่อทุจริตไม่
โปร่งใส เผยเงินหายล่องหนไปกว่า 8 หมื่นบาท
พร้อมอ้างถูกทางอำเภอหักหัวคิว 20%

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดสุรินทร์ ว่า ชาวบ้านจากบ้านหนองคันนา
ม.5 ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ประมาณ 30 คน นำโดย นายบุญมี ใยนนท์
ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายวิเชียร ชวลิต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์
เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณโครงการพัฒนาศักภาพของหมู่
บ้านและชุมชน (SML) จำนวน 300,000 บาท ของ นายสี พาเชื้อ
ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการการใช้เงินโครงการ SML
เนื่องจากชาวบ้านตรวจสอบพบว่า มีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตไม่โปร่งใส
ในการจัดซื้อสิ่งของต่างๆ จากงบประมาณดังกล่าว

อย่าง ไรก็ตาม นายวิเชียร ชวลิต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์
ติดภารกิจเร่งด่วน
กลุ่มชาวบ้านจึงได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อฝ่ายปกครองจังหวัดสุรินทร์
โดยมี นายธนิต มายูขโชติ ผู้ช่วยจ่าจังหวัดสุรินทร์
ได้รับหนังสือร้องเรียนไว้ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับชาวบ้าน
พร้อมรับปากจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายใน 30
วัน และจะนำเสนอต่อผู้ว่าฯให้ทราบต่อไป

นายนักรบ ต่อแก้ว แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า
หมู่บ้านได้รับงบประมาณโครงการ SML จำนวน 3 แสนบาท
ต่อมาผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการได้นำเงินไปซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจำนวน
13,573 กิโลกรัม เป็นเงิน 190,022 บาท
เพื่อมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในการเพาะปลูก และซื้ออุปกรณ์อื่นๆ
อีกจำนวนหนึ่ง แต่พอชาวบ้านเข้าตรวจสอบกลับพบว่า
มีเมล็ดพันธุ์ข้าวเพียงประมาณ 7,000 กิโลกรัมเท่านั้น
ในขณะที่การจัดซื้ออุปกรณ์อื่นๆ
ก็ไม่มีใบเสร็จและหลักฐานยืนยันความชัดเจนกับชาวบ้านได้
รวมแล้วมีเงินโครงการ SML ดังกล่าวหายไปกว่า 80,000 บาท

"พวก เราเคยไปร้องเรียนที่อำเภอ นายอำเภอพนมดงรัก
มาทำการไกล่เกลี่ย และให้คณะกรรมการหาเงินมาคืนเพียง 60,000 บาท
ชาวบ้านถามหาส่วนที่เหลือ 20,000 บาท กลับไม่ได้รับคำตอบ
และผู้ใหญ่บ้านได้บอกในที่ประชุมการไกล่เกลี่ยว่ามีการหัก 20%
ให้กับทางอำเภอ ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจเป็นอย่างมาก
จึงได้พากันมายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ว่าฯ
เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอาผิดกับผู้ที่ทุจริตโครงการ
ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด" นายนักรบ กล่าว

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สรรพสามิตสุรินทร์ตรวจคุมเข้ม สกัดเหล้าเบียร์บุหรี่ชายแดนทะลักเข้าไทย

สุรินทร์ - สรรพสามิตเมืองช้าง
สั่งตรวจคุมเข้มสกัดลักลอบนำเข้าสุรา-เบียร์-บุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไทย
หนีภาษี ตามแนวชายแดนด้านด่านช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง
มาจำหน่ายในประเทศไทย หลังรัฐบาลปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต
ขณะที่แม่ค้าเขมรโอดจนท.ไทยตรวจคุมเข้มทำยอดขายลดฮวบ

วันนี้ (8 พ.ค.) นายสมโภชนรัฐ แก้วน่วม สรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์
กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลมีมติปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสุรา เบียร์ บรั่นดี
และบุหรี่ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ
ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ และลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในอนาคต
นั้น ทางสรรพสามิตสุรินทร์ได้สั่งเจ้าหน้าที่ให้ออกตรวจตราการลักลอบนำเข้าสุรา
เบียร์ บุหรี่ต่างประเทศ และบุหรี่ปลอมหนีภาษี
ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง
จ.สุรินทร์ อย่างเข้มงวด

พร้อมทั้งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทหาร ,
ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง , เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรกาบเชิง,
ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร กาบเชิง
ในการตรวจสอบการลักลอบ นำเข้าสุรา,เบียร์,บุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ปลอม
ด้วย

รวมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เดินทางเข้า-ออก ชายแดน
อย่าได้ซื้อสุรา เบียร์ บุหรี่ สินค้าหนีภาษีและสินค้าปลอม
เข้าในราชอาณาจักรไทย หากตรวจพบจับกุมได้ จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
และขณะนี้ยังพบมีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ปลอมที่เป็น
ยี่ห้อผลิตในประเทศไทย
ซึ่งสินค้าเหล่านี้มีราคาถูกกว่าราคาในประเทศถึงครึ่งหนึ่ง
ทำให้มีการลักลอบนำเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง
และสรรพสามิตสุรินทร์จับกุมและยึดของกลางได้อยู่สมอ แต่ไม่หมดสิ้น

ขณะที่ พ.ต.ต.อนันต์ ทองสุข สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง
กล่าวว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองกาบเชิง
ได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เดินทาง เข้าไปท่องเที่ยวในเขตประเทศ
กัมพูชา ที่ตลาดโอร์เสม็ด ให้ระมัดระวังในการชื้อสุรา เบียร์ บุหรี่
จากฝังประเทศกัมพูชา เข้ามาในฝั่งไทย
หากชื้อมาจำนวนมากจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและ ถูกปรับเป็นเงินจำนวนมาก
และได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ
และอำเภอกาบเชิงในการตรวจ การลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีและสินค้าเถื่อน
อย่างต่อเนื่อง

ขณะ ที่แม่ค้าชาวกัมพูชาที่ จำหน่ายสุรา เบียร์ และบุหรี่
ต่างประเทศ ที่ตลาดโอร์เสม็ด ฝั่งประเทศกัมพูชา บอกกับผู้สื่อข่าวว่า
ขณะนี้ลูกค้าชาวไทย เดินทางมาชื้อสินค้าน้อยลงมาก
ผิดกับช่วงก่อนหน้านี้จำหน่ายได้วันละนับแสนบาท
แต่ขณะนี้วันนี้ขายได้ยังไม่ถึง 5,000 บาท
เป็นเพราะว่าเจ้าหน้าที่ไทยเข้มงวดมากในขณะนี้

ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051629